บอกศักราช

บอกศักราช หมายถึง การบอกวัน เดือน ปี ปัจจุบัน

การบอกศักราช เป็นธรรมเนียมของพระมาแต่โบราณ

เพราะสมัยก่อนไม่มีปฏิทินบอกวัน เดือน ปี ชาวบ้าน

ต้องอาศัยการบอกศักราชจากพระสงฆ์

  อ่านเพิ่มเติม “บอกศักราช”

ใบสุทธิ

ใบสุทธิ หมายถึง เอกสารที่แสดงความบริสุทธิ์

ของภิกษุสามเณรว่าเป็นภิกษุสามเณรที่ถูกต้องตาม

พระธรรมวินัย เหมือนบัตรประจำตัวประชาชน

ต่างแต่มีลักษณะเป็นเล่มขนาดเล็กสำหรับพกติดตัว

ได้ ในภาษาหนังสือ เรียกว่า หนังสือสุทธิ หรือ สุทธิบัตร

อ่านเพิ่มเติม “ใบสุทธิ”

ผ้าขาว

ผ้าขาว เป็นสำนวน ใช้เรียกชายที่สละบ้าน

เรือนทางโลกมาอยู่วัดเพื่อเตรียมตัวจะบวช

เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา โดยนุ่งขาว

ห่มขาว ถือศีล ๘ อย่างเคร่งครัด

อ่านเพิ่มเติม “ผ้าขาว”

ภูษาโยง

ภูษาโยง คือแถบผ้าที่โยงจากปากโกศหรือ

หีบศพสำหรับทอดไปยังพระสงฆ์เมื่อทำพิธี

กรรม เช่น บังสุกุล หรือโยงจากราชรถ

ประดิษฐานพระโกศไปยังรถนำหน้าพระศพ

อ่านเพิ่มเติม “ภูษาโยง”

นาค

นาค แปลว่า ผู้ประเสริฐ, ผู้ไม่มีทุกข์,

ผู้ไม่ทำบาป

 

นาค ในที่ทั่วไป หมายถึง ผู้ไปอยู่วัด

เพื่อเตรียมตัวจะบวช หรือเรียกผู้ที่ปลงผม

นุ่งห่มชุดนาคตอนจะเข้าโบสถ์ เรียกว่า

เจ้านาค ก็มี

อ่านเพิ่มเติม “นาค”

กุฏิ

กุฏิ (อ่านว่า กุด หรือกุดติ) แปลว่า กระต๊อบ,

กระท่อม, โรงนา ใช้ว่า กุฎี ก็ได้ เรียกเพี้ยน

ไปว่า กฏิ ก็มี (กฏิ แปลว่า สะเอว)

กุฏิ หมายถึง อาคารที่เป็นโรงเรือนหรือ

ตึกอันเป็นที่อยู่พำนักอาศัยของภิกษุสามเณร

ใช้เป็นศัพท์เฉพาะในพระพุทธศาสนา

อ่านเพิ่มเติม “กุฏิ”

จิต

จิต แปลว่า ธรรมชาติที่นึกคิดอารมณ์

ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, ความคิด,

ธรรมชาติที่วิจิตร, ธรรมชาติที่สั่งสม

กุศลและอกุศล ฯลฯ เขียนเต็มว่า

จิตต

อ่านเพิ่มเติม “จิต”

เปรต

เปรต แปลว่า ผู้ละโลกนี้ไปแล้ว,

ผู้ตายไปแล้ว

 

เปรต หมายถึง สัตว์พวกหนึ่ง

ที่เกิดในเปตวิสัยซึ่งเป็นอบายภูมิ

๑ ใน ๔ มีหลายประเภท เช่น ประเภท

หนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิเปรต?คือ

เปรตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนบุญ

ที่มีผู้ทำอุทิศให้ มีรูปร่างสูงโย่ง

เท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ

ตัวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล

แต่มีปากเท่ารูเข็ม หากไม่มีส่วนบุญ

ที่มีผู้อุทิศให้ก็จะกินเลือดและหนอง

ของตัวเองเป็นอาหาร มักร้องเสียง

โหยหวนในเวลากลางคืนเพื่อขอส่วน

บุญ

 

เรียกการทำพลีกรรมแก่ผู้ล่วงลับ

ไปแล้ว หรือการทำบุญอุทิศไปให้ผู้

ตายว่า เปตพลี หรือ บุพเปตพลี

เจริญพร

เจริญพร เป็นคำที่ภิกษุสามเณรใช้พูดหรือ

เขียนเป็นคำเริ่มต้น คำรับ และคำลงท้าย

กับคฤหัสถ์ที่เป็นผู้ใหญ่ ถือเป็นคำสุภาพ

เป็นกัปปิยโวหาร ใช้แทนคำว่า เรียน ครับ

หรือ ขอรับ ที่คฤหัสถ์ใช้กัน เช่น

 

“ขอเจริญพรท่านเลขา อาตมาขอ

พบท่านอธิบดีหน่อย”

 

“ท่านนัดไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าครับ”

“ไม่ได้นัดดอก เจริญพร”

“ได้โปรดรอสักครู่นะครับ”

“เจริญพร”

 

ลักษณะนี้ หากใช้กับพระมหากษัตริย์

หรือพระราชวงศ์ชั้นสูง ใช้ว่า ถวายพระพร

แทนคำว่า เจริญพร

เจ้ากรรมนายเวร

เจ้ากรรมนายเวร

 

“ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

ที่ข้าพเจ้าทำในวันนี้ไปให้แก่พ่อแม่

พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว

ตลอดทั้งเจ้ากรรมนายเวรและสรรพ

สัตว์ทั้งหลาย”

 

เจ้ากรรมนายเวร หมายถึง บุคคล

๒ พวก คือ พวกหนึ่งเป็นผู้ที่มีกรรม

มีเวรติดตัวไป กล่าวคือในขณะที่มี

ชีวิตอยู่ได้ทำความชั่วไว้ตายไปจึง

ได้รับผลเป็นทุกข์อยู่ในภพภูมิที่ตน

เกิด เช่น นรก เปรต เป็นต้น อีกพวก

หนึ่ง คือ ผู้ที่เคยผูกเวรจองกรรมกันไว้

เช่น เคยฆ่ากันไว้ เคยฉ้อโกงกันไว้

เคยผิดใจกัน หรือเคยอาฆาตกันไว้?

ทั้งสองพวกนี้ เรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร

 

การกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับ

ส่วนบุญที่ตนทำด้วยนี้ถือว่าเป็นการให้

อภัยแก่กัน จะได้หมดเวรหมดกรรมกัน

ไป และเป็นการแสดงน้ำใจที่กว้างขวาง

ของผู้ทำบุญกรวดน้ำด้วย