Vinaora Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday91
mod_vvisit_counterYesterday1487
mod_vvisit_counterThis week1578
mod_vvisit_counterLast week9658
mod_vvisit_counterThis month27797
mod_vvisit_counterLast month37155
mod_vvisit_counterAll days1447462

Online Now: 11
Your IP: 54.167.196.208
,
Today: เมษายน 23, 2018

วัคซีนทางจิต ดีนอกดีใน

สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ
โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ

ณ บัดนี้อาตมาภาพจักได้รับประทานแสดงพระธรรมเทศนาพุทธภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น ว่า ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญปากที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ ฉะนั้น เพื่อเป็นเครื่องฉลองศรัทธาบารมี เสริมกุศลบุญราศี แด่ญาติโยมสาธุชนคนใจบุญทั้งหลาย ที่ได้มาร่วมทำบุญ ถวายทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ในวันธรรมสวนะนี้

แสดงธรรมเทศนา เรื่อง "คนหัวดื้อ"

เย น กาหนฺติ โอวาทํ นรา พุทฺเธน เทสิตํ พฺยสนํ เต คมิสฺสนฺติ รกฺขสีหิว วาณิชา.
ณ บัดนี้อาตมาภาพจักได้แสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาเนื้อความแห่งพุทธภาษิตที่ต้งไว้เป็นนิเขปบทในเบื้องต้น เพื่อเป็นเครื่องฉลองศรัทธา บารมี เพิ่มกุศลบุญราศรี แด่ญาติโยมสาธุชนคนใจบุญ ท. ที่ได้มาร่วมทำบุญ รักษาศีล เจริญภาวนา ในวันธรรมสวนะนี้
ความว่า อันวิชา มีค่า มากเหลือแสน ไม่เหมือนแม้นมีเงินตรามากแค่ไหน มีวิชา มีค่า กว่าสิ่งใด ช่วยทำให้พ้นภัย และเจริญ หากไม่เรียนวิชาในวันนั้น ก็ไม่มีตัวฉันในวันนี้ หากไม่เรียนวิชาของชีวี เงินทองมีก็ต้องหมดไปเร็วพลัน บางวิชาอาจจะยากสักกระหน่อย เราต้องค่อยเพียรพยายามและขยัน เรียนทีละนิด พิชิตและฝ่าฟัน ในสักวันสิ่งที่ฝันนั้น อาจกลายเป็นจริง ธรรมดาผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา ครู อุปัชฌาย์อาจารย์ ย่อมช่วยสั่งสอน อบรมบ่มนิสัยให้บุคคลแต่คนได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีความรู้ในวันข้างหน้า และนำความรู้ที่ได้นั้นไปอบรมสั่งสอนศิษย์ต่อไปเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึง ผู้รู้ทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อมแนะนำสั่งสอนบุคคลอื่น ด้วยเรื่องที่เป็นประโยชน์ เป็นบุญเป็นกุศล เพื่อให้ผู้ฟังนำไปประพฤติ ปฏิบัติ ให้เกิดความสุขแก่ตนเอง และบุคคลอื่น คือ ทรงสั่งสอนประโยชน์ในปัจจุบัน ประโยชน์ในสัมปรายภพ และประโยชน์อันสูงสุดคือพระนิพพาน ประโยชน์ในปัจจุบัน คือ ทรงสั่งสอนเรื่องความขยัน การรู้จักเก็บรักษา การคบเพื่อน คนสัตบุรุษ และการเลี้ยงชีพที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถตั้งตัวมีฐานะมั่นคงได้ในชาตินี้ ประโยชน์ในสัมปรายภพ คือ ทรงสั่งสอนเรื่องศรัทธา การเชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ การรักษาศีล การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย การเฉลี่ยความสุขให้แก่ผู้อื่น ด้วยการบริจาคทาน บริจาคปัญญา คือการบริจาคความรู้ ส่วนประโยชน์อันสูงสุดคือ ทรงสอนเรื่องนิพพาน อันเป็นที่ดับกิเลส และกองทุกข์โดยสิ้นเชิง เมื่อผู้รู้ทั้งหลายสั่งสอนสิ่งใดแล้ว หากบุคคลใดไม่เชื่อฟัง ไม่ปฏิบัติตาม ผู้นั้นย่อมจักประสบกับความลำบากในภายหลังอย่างแน่นอน เช่น ท่านสอนเรื่องศีล การรักษาศีล ก็เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเป็นคนดี ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ลักทรัพย์ของบุคคลอื่น ไม่ประพฤติผิดในกาม เป็นต้น เพราะการละเมิดศีล ทำให้เกิดความเสียหายต่าง ๆ เช่น เป็นคนอายุสั้น ทรัพย์สินสูญหาย มีเรื่องทะเลาะวิวาทในครอบครัว เป็นต้น ดังเรื่อง ลูกเนื้อหัวดื้อ ในครั้งพุทธกาลก่อนโน้น มีเนื้ออยู่ฝูงหนึ่ง อยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง นางเนื้อได้นำเอาลูกของตนไปมอบให้พี่ชายที่เป็นนายฝูง สอนมารยาเนื้อให้ เนื้อพี่ชายก็รับว่าจะช่วยสอนให้ แล้วสั่งให้ลูกเนื้อนั้นมาเรียนตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่ลูกเนื้อขัดคำสั่ง ไม่มาเรียนตามที่นัดไว้ แอบไปเที่ยวเล่นซุกซนตามลำพัง ปรากฏว่าไปติดบ่วงของนายพรานเข้าให้ เมื่อแม่เนื้อทราบจึงไปถามพี่ชายว่า ได้สอนอุบายให้หลายหรือเปล่า พี่ชายตอบว่า เจ้าอย่าถามถึงลูกหัวดื้อของเจ้าเลย เขาไม่ได้มาเรียนตั้ง ๗ วันแล้ว เจ้าจงกลับไป แม่เนื้อก็กลับไป ส่วนลูกเนื้อตัวนั้น ก็ถูกนายพรานฆ่า ตัดขนไปขาย แร่เนื้อไปกิน มาชาติสุดท้าย เนื้อหลายชายได้เกิดมาเป็นพระว่ายากองค์หนึ่ง เนื้อน้องสาวได้มาเกิดเป็นนางอุบลวรรณา เนื้อพี่ชายได้เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การว่ายากสอนยาก เป็นการไม่ดีเลย และมีเรื่องกลับกันอีกเรื่อง คือ เรื่อง ลูกเนื้อผู้ว่าง่าย มีนางเนื้อ มีพี่ชายเนื้อ และหลานเนื้อเช่นเคย แต่หลานเนื้อตัวนี้ว่าง่ายสอนง่าย ตั้งใจเรียนจริง ๆ และอยู่มาวันหนึ่ง ลูกเนื้อหรือหลานเนื้อตัวนี้ ก็ได้ไปติดช่วงของนายพรานเข้าให้เช่นกัน เมื่อติดบ่วงก็ได้ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง เมื่อเนื้อทั้งหลายได้ฟังก็ตกใจกลัวแตกหนีไป แม่เนื้อรู้ว่าลูกของตนไปติดบ่วงของนายพราน จึงรีบไปแจ้งให้พี่ชายทราบ พี่ชายตอบว่า เจ้าอย่าเป็นทุกข์ไปเลย ลูกของเจ้าได้เรียนมารยาเนื้อหมดทุกอย่างแล้ว ในไม่ช้าก็จะหลุดจากบ่วงของนายพรานมาได้ แล้วกล่าวต่อไปว่า หลายชายของเราเป็นผู้รู้จักกลั้นลมหายใจ ผ่อนลมหายใจเข้าออกทางช่องจมูกข้างล่าง ซึ่งติดแนบอยู่กับพื้นดิน จะหลอกลวงนายพรานด้วยอาการ ๖ อย่าง คือ จักเหยียดเท้าทั้ง ๔ ออก แล้วนอนตะแคง จักคุ้ยหญ้าและฝุ่นด้วยกีบเท้า ๑ จักแลบลิ้นออกให้ล้อย้อยลง ๑ จักทำให้ท้องมองดูนูนขึ้น ๑ จักขี้เยี่ยวออกมา ๑ จักกลั้นลมหายใจไว้ได้ ๑ อีกอย่างหนึ่ง คือจักกวาดฝุ่นและทรายให้กองไว้ข้างหน้าบ้าง ผลักให้ออกไปข้างหลังบ้าง ทำอาการดิ้นไปมาในข้างทั้งสองบ้าง ตะเบ็งท้องขึ้นข้างบน แขม่วท้องลงข้างล่างบ้าง กล่าวคือแกล้งตายนั่นเอง เนื้อหลานชายของเราจักทำอุบายหลอกนายพรานอย่างนี้ได้แน่ เมื่อนายพรานไปเห็นเข้า ก็เข้าใจว่า เนื้อตัวนั้นตายแล้ว จึงแก้บ่วงออก แล้วเที่ยวไปตัดกิ่งไม้ใบไม้มา เพื่อที่จะรองเชือดเนื้อ ตัดขน ถลกหนังตามสบายใจ ส่วนลูกเนื้อรู้อย่างนั้นแล้ว ก็รีบลึกขึ้นสลัดกายแล้ววิ่งหนีไปโดยเร็วพลัน มาชาติสุดท้ายลูกเนื้อที่เป็นหลานชาย ได้มาเกิดเป็นพระราหุล ลุงได้มาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การว่าง่ายสอนง่ายเป็นการดี และชี้ให้เห็นเล่ห์กล มายาย่อมมีแม้กระทั่งใน สัตว์ป่า เพื่อเอาชีวิตรอด อย่าว่าแต่มนุษย์เลย ฉะนั้น ผู้หวังความสุขความเจริญทั้งหลายในชีวิต พึงทำตามโอวาทคำสั่งสอนที่ผู้รู้ทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น จะประสบความสุขอย่างแน่นอน ดังในแสดงมาด้วยประการฉะนี้ ในสุดท้ายปลายเทศนา อาตมาภาพ ขออ้างเอาคุณพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ในสากลและจักรวาล จงมาดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้.

 

เรียบเรียงโดย สิรินฺธโรภิกฺขุ ๔ มีนาคม ๒๔๖๐

โหลดไฟล์ Word คลิ๊กที่นี้

 

ต้นตรง ปลายคต ฆ่าสัตว์ทำบุญ

โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิวาติ
ณ บัดนี้อาตมาภาพจักได้บรรยายขยายเนื้อความแห่งพุทธภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้นใน ปมาทวรรค เพื่อเป็นเครื่องฉลองศรัทธาบารมี เพิ่มกุศลบุญราศีแด่ญาติโยมสาธุชนคนใจบุญทั้งหลาย ที่ได้มาร่วมกันทำบุญ รักษาศีล เจริญสมาธิ ในวันธรรมสวนะนี้
ความว่า เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอก ฉะนั้น คนเรานั้น ท่านแบ่งตามความประพฤติไว้เป็น ๔ ประเภท คือ ๑. ต้นตรง ปลายคด ๒. ต้นคด ปลายตรง ๓.ต้นตรง ปลายตรง ๔.ต้นคด ปลายคด คำว่า ตรง ในที่นี้หมายถึง คนที่ประพฤติดี ส่วนคำว่า คด หมายถึง คนที่ประพฤติชั่ว ในคนคนหนึ่ง ตั้งแต่เกิดจนถึงชราและตายจากไป อาจมีความประพฤติทั้งดีและชั่วปะปนกันไป บางคนตอนปฐมวัย หรือมัชฌิมวัยเป็นคนดี แต่มาเสียตอนปัจฉิมวัย กลายเป็นคนเลวไปก็มี บางคนก็อาจจะเป็นคนเลวในตอนแรก แต่มากลับตัวได้ตอนแก่ก็มี บางคนก็อาจจะดีเสมอต้นเสมอปลายก็มี และบางคนอาจจะชั่วช้าสามานต์จนตลอดชีวิตก็มี สำหรับคนที่ทำชั่วในตอนแรก แล้วกลับตัวเป็นคนดีในตอนหลังได้ ท่านถือว่า เป็นคนที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง เป็นคนที่ทำให้โลกนี้ปราศจากปัญหา และมีความน่าอยู่น่าอาศัย ลักษณะนี้แหล่ะที่ท่านเรียกว่า ทำให้โลกสว่างไสว ส่วนคนที่ทำดีอยู่แล้ว กระทำดีอยู่เสมอก็น่ายกย่องยิ่งกว่า และยิ่งขึ้น เหตุเพราะเขามั่นคงในคุณความดีที่เขาได้สร้างมา ส่วนคนที่ทำดีตอนต้น แต่มาเสียภายในหลัง หรือกลายมาเป็นคนไม่ดี คนชั่ว บุคคลเช่นนี้เขาเรียกว่า เป็นบุคคลที่โลเล ไม่มั่นคง ไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ตนกระทำไว้ดีแล้ว จึงกลายเป็นคนเสียคน เสียยิ่งกว่าคนที่ทำความชั่วในตอนต้น แต่กลับตัวมาเป็นคนดีในภายหลัง และเรื่องของความเชื่อก็เช่นกัน เชื่อว่า การทำบุญ ย่อมได้บุญ เช่นการให้ทาน บริจาคทาน การรักษาศีล ๕ ศีล ๘ การนั่งสมาธิ ถ้าจะว่ากันจริง ๆ การบริจาคก็คือการให้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร แต่เราให้ด้วยความบริสุทธิ์ สิ่งของที่ให้เป็นของที่บริสุทธิ์ ไม่ฉกชิงเอาของของคนอื่นมาให้ และของที่ให้นั้นมีประโยชน์ ไม่เป็นโทษต่อผู้รับ การให้คือการสละ การล่ะ การปล่อย การแบ่งปัน เป็นเบื้องต้นของการทำบุญที่ทำได้โดยง่าย บางคนอาจจะทำง่าย แต่บางคนที่ไม่เคยทำก็อาจจะทำได้ยากเช่นกัน เหตุเพราะ สิ่งนี้ก็ของฉัน สิ่งนั้นก็ของฉัน น่าเสียดาย ไม่ให้ดีกว่า คิดไปคิดมา ก็เลยคิดไม่ตก ก็เลยไม่สามารถให้ได้ ไม่สามารถละได้ ส่วนการรักษาศีล ศีลในเบื้องต้นคือ ศีล ๕ ข้อ บางคนทำได้ทุกข้อ แต่ขอเว้นไว้บางข้อ เช่น รักษาศีลได้ตั้งแต่ข้อ ๑-๔ เว้นข้อ ๕ ไว้แล้วนั้นเนาะ มันอดไม่ได้ มันติดแล้ว ขอเว้นไว้สักข้อแล้วกัน ปรากฏว่า พอแต่กินสุรา เข้าไปเท่านั้นแหล่ะ พ่อคุณเอ้ย ศีลข้อ ๑-๔ ที่รับมาอันตทานหายไปโดยเร็วพลัน เหตุมีอยู่ว่า พอเหล้าเข้าปาก พ่อก็มากไปด้วยความเก่ง กล้า ซ่า ทำได้ทุกอย่าง จากที่เคยเป็นคนสงบเงียบ ไม่กล้าพูด ก็ดันพูดเอะอะโวยวาย ส่งเสียงดัง แถมยังไปมีเรื่องกับเพื่อนที่กินเหล้าด้วยกัน เกิดตีกันขึ้น จากนั้นก็หนีหัวซุกหัวซุน ไปเจอเมียชาวบ้าน เห็นสวยดี ก็เลยเล่นซะหน่อย ตื่นขึ้นมาอีกที่กระเป๋าตั้ง สร้อยแหวน นาฬิกา หายวับไม่เหลือ โซเซกลับบ้าน ก็แอบย่อง ๆ เข้าบ้าน เพื่อไม่ให้เมียเห็นว่า เมื่อคืนแอบไปกินเหล้าเค้านารีมา และโดยส่วนใหญ่คนที่กินเหล้าแล้ว ถ้ามันตื่นมาแล้วไม่ส่าง มันก็ต้องถ่อน เงินก็หมดแล้ว ก็เลยแอบขโมยเงินเมียไปถอนอีก อันนี้เขาเล่ามาอีกที ก็เลยเล่าให้ฟัง สรุปหมดกันศีล ๕ ข้อ และมีความเชื่ออีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง การฆ่าสัตว์ทำบุญให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้ว คืนในครั้งก่อนโน้น มีพราหมณ์คนหนึ่ง เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สั่งให้พวกศิษย์ไปจับแกะมาตัวหนึ่ง แล้วฆ่าเพื่อนำไปทำบุญเลี้ยงพวกพราหมณ์และแบ่งส่วนบุญให้แก่หมู่ญาติที่ตายไป แต่ยังไม่ทันได้ฆ่า ปรากฏว่า แกะตัวนั้นได้หัวเราะขึ้นดัง ๆ แล้วก็ร้องไห้ออกมา ลูกศิษย์ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์จึงได้ถามขึ้นว่า เหตุไรเจ้าจึงหัวเราะ แล้วก็ร้องไห้ แกะก็ตอบว่า เมื่ออยากรู้พวกเจ้าจงพาเราไปหาอาจารย์ของพวกเจ้า พวกศิษย์ก็พาแกะนั้นไปหาอาจารย์ จากนั้นอาจารย์ก็ถามอย่างที่ลูกศิษย์ถาม แกะตัวนั้นก็ตอบว่า เมื่อชาติก่อนโน้นนานนักหนา ตัวข้าเคยเกิดเป็นอาจาย์ทิศาปาโมกข์เหมือนกับท่าน ได้ฆ่าแกะตัวหนึ่งทำบุญให้หมู่ญาติที่ตายไป ต่อแต่นั้นมาตัวข้าก็ได้ถูกฆ่าตัดหัวมาถึง ๕๐๐ ชาติ และในชาตินี้ตัวข้าจะสิ้นบาปกรรมในวันนี้ จึงได้หัวเราะขึ้น ที่ข้าร้องไห้นั้นก็เพราะว่า เอ็นดูท่านที่จะมารับบาปเหมือนข้าพเจ้า เมื่อพราหมณ์ทิศาปาโมกข์ได้ฟังดังนั้น ก็ตกใจกลัว จึงประกาศออกไปดัง ๆ ว่า เจ้าแกะเอ๋ยเจ้าจงเบาใจเถิด เราจะไม่ฆ่าเจ้าเป็นอันขาด แกะนั้นจึงตอบว่า ท่านจะฆ่าข้าหรือไม่ก็ตาม ข้าก็จะไม่พ้นตายในวันนี้ พราหมณ์ทิศาปาโมกข์จึงกล่าวว่า เราจะคอยระมัดระวังในตัวเจ้า ไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้ ว่าแล้วก็ปล่อยแกะตัวนั้นไป แล้วพราหมณ์ก็พาลูกศิษย์เดินตามไประวังรักษาแกะตัวนั้น เดี๋ยวมันจะตาย แกะตัวนั้นได้ชะเง้อคอขึ้นไปกินใบไม้ที่พึ่งงอกอยู่บนกำแพงแห่งหนึ่ง ในขณะนั้นฟ้าก็ได้ผ่าลงมาถูกตัวแกะจนคอขาดทันที เทวดาองค์หนึ่งซึ่งอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ได้แสดงตัวให้เห็นแล้วกล่าวขึ้นว่า ถ้ารู้ว่าการเกิดเป็นทุกข์ ก็ไม่ควรฆ่าใคร เพราะการฆ่าผู้อื่นย่อมทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ และทำให้ตนเองได้รับทุกข์ตลอดกาลนาน ดังนี้ มาชาติสุดท้ายรุกขเทวดาได้มาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การฆ่าผู้อื่นเป็นการไม่ดีเลย มีนัยดังแสดงมาด้วยประการฉะนี้
พุทฺธานุภาเวน ธมฺมานุภาเวน สงฺฆานุภาเวน ด้วยอนุภาพแห่งพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และบุญกุศล ขอท่านสาธุชนคนใจบุญทั้งหลาย จงมีแต่ความสุข ความเจริญ และจงคลาดแคล้วจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ประสงค์สิ่งใด อันไม่เหลือวิสัยสามารถที่ปรารถนา ขอสำเร็จดังประสงค์จงทุกประการ
เอวัง ก็มีด้วยประการ ฉะนี้

เรียบเรียงโดย สิรินฺธโรภิกฺขุ ๔ มีนาคม ๒๔๖๐

โหลดไฟล์ Word คลิ๊กที่นี้