มหัศจรรย์โถงถ้ำ สู่ยอดเขาแดนทิพย์มณี ที่ “วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์”

     

เส้นทางสาย 1048 เชียงใหม่-ลำปาง-เถิน นำเราออกจากความวุ่นวายในตัวเมือง สู่ “อ.เถิน” เป็น 1 ใน 13

อำเภอของ จ.ลำปาง อ.เถิน ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตั้งแต่เป็นเมืองหน้าด่าน เส้นทางผ่านเดินทัพ

ของอาณาจักรล้านนาในอดีต ภูเขาที่ทอดตัวราวกำแพง ต้นไม้น้อยใหญ่เริ่มแตกใบอ่อนสีเขียวสด

ที่เหนือภูเขาหินที่ประดิษฐานพระเจดีย์สีขาวต้องแสง สะท้อนให้เห็นแต่ไกล คือจุดหมายปลายทาง

ของการเดินทางในครั้งนี้ “วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์”

 

พระพุทธสกลสีมามงคลหรือหลวงพ่อขาว

 

พระพุทธสกลสีมามงคล 
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 


เมื่อครั้งที่ หลวงปู่เมตตาหลวง (หลวงปู่สิงห์ สุนฺทโร) 
มาพำนักจำพรรษาอยู่ ณ วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร กรุงเทพฯ นั้น 
ท่านได้มาศึกษาปฏิบัติอยู่กับ ท่านพ่อลี ธัมมธโร แห่งวัดอโศการาม 
ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งภายหลังท่านจึงติดตามพ่อท่านลี
ออกธุดงค์เดินทางไปภาคอีสาน ออกวิเวกตามสถานที่ต่างๆ 
จนกระทั่งมาถึงดงพญาเย็น ท่านได้พักปฏิบัติธรรมอยู่ ณ ที่นั้น 
ซึ่งเป็นเชิงเขาที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ?เขาสีเสียดอ้า? หรือ ?เขาเทพพิทักษ์? 
บริเวณหมู่บ้านกลางดง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 

 

 

ต่อมาท่านพ่อลี มีดำริที่จะสร้าง วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม (วัดพระขาว) 
ขึ้นมาพร้อมๆ กับสร้าง พระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์หนึ่ง บนภูเขาสีเสียดอ้า
กระทั่งมีคณะศรัทธาญาติโยมมาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดและพระพุทธรูป 
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยวัดสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ 
แต่พระพุทธรูปยังไม่ทันจะสร้างแล้วเสร็จ ท่านพ่อลีก็มรณภาพลงเสียก่อน 

พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นนั้นเป็นพระพุทธรูปนั่งปางประทานพรสีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ 
ได้ทำการขยายส่วนมาจาก พระพุทธรูป ภ.ป.ร. มีขนาดหน้าตักกว้าง ๒๗.๒๕ เมตร 
สูง ๔๕ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีน้ำหนักถึง ๓,๐๐๐ ตัน 
ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขากลางป่าเขียว สูงจากระดับพื้นดิน ๑๑๒ เมตร หรือ ๕๖ วา

การสร้างองค์พระในครั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมเกล้าฯ ถวายโดยพระราชกุศล
เป็นพระบรมราชานุสรณ์พิเศษ และได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระนาม
จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ทั้งขอพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อของ ๒ พระองค์ 
อัญเชิญประดิษฐานที่ฐานพระพุทธรูป และ ทรงพระราชทานพระนามว่า 
?พระพุทธสกลสีมามงคล?
 แต่ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกว่า ?หลวงพ่อขาว? 
หรือ ?หลวงพ่อใหญ่? ตามรูปลักษณ์และขนาดของพระพุทธรูปองค์นี้ 
ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะหลายกิโลเมตร 

 

 

พระพุทธสกลสีมามงคล (หลวงพ่อขาว) มีพุทธลักษณะดังนี้

สูงจากระดับพื้นดิน ๑๑๒ เมตร หรือ ๕๖ วา 
หมายถึง พระพุทธคุณของพระพุทธเจ้า ๕๖ ประการ 

องค์พระพุทธรูปสูง ๔๕ เมตร 
หมายถึง พระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์อยู่ ๔๕ พรรษา 
หรือเรียกว่าทรงทำพุทธกิจอยู่ ๔๕ พรรษา หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว 

หน้าตักกว้าง ๒๗ เมตร (๑๓ วา ๒ ศอก ๑ คืบ) 
หมายถึง องค์แห่งธุดงค์ค์วัตร ๑๓ ประการ

พระเกตุ (โมลี) สูง ๗ เมตร 
หมายถึง โพชฌงค์ ๗ องค์แห่งการตรัสรู้

พระกรรณ (หู) ยาว ๖.๘๐ เมตร

ช่องพระนาสิก (จมูก) มีขนาดกว้างพอถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตรลอดได้

พระเนตรดำขลิบด้วยเมฆพัด (โลหะผสมชนิดหนึ่ง) และดวงพระเนตรฝังมุก

 

 

 

 

ทางเดินขึ้นไปนมัสการ พระพุทธสกลสีมามงคล (หลวงพ่อขาว) 
จะมีลักษณะเป็นบันไดขึ้น ๒ ด้าน สร้างโค้งเว้าประกอบกันเป็นรูปใบโพธิ์ 
ขึ้นไปบรรจบกันที่องค์พระพุทธรูป บันไดมีทั้งสิ้น ๑,๒๕๐ ขั้น 
(นับรวมทั้งทางด้านซ้ายและด้านขวา) ซึ่งเท่ากับจำนวนพระอรหันต์สาวก
ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ในวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ 
เดือน ๓ โดยมิได้นัดหมาย อันเป็นการก่อกำเนิดแห่ง ?วันมาฆบูชา?
นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ กับที่ประดิษฐานพระพุทธสกลสีมามงคล (หลวงพ่อขาว) 
ยังมีทางเดินป่าเล็กๆ ทอดยาวไปสู่ยัง ?ถ้ำเมตตา? และ ?ถ้ำหมี? 
ซึ่งถ้ำหมีแห่งนี้ เป็นถ้ำที่หลวงปู่เมตตาหลวงใช้ในการบำเพ็ญภาวนาอยู่เป็นประจำ

ต่อมา คณะศรัทธาญาติโยมจึงกราบนิมนต์ หลวงปู่เมตตาหลวง 
ให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม (วัดพระขาว) 
ซึ่งหลวงปู่เมตตาหลวงก็ได้เมตตารับนิมนต์ และพำนักจำพรรษา ณ ที่วัดแห่งนี้ 
รวมทั้ง อบรมสั่งสอนคณะศรัทธาญาติโยม มาโดยตลอดกระทั่งได้มรณภาพลง 
ปัจจุบันมี พระราชวิมลญาณ (หลวงพ่อทองใส จันทโสภโณ) เป็นเจ้าอาวาส

 

 

 

ประวัติหลวงพ่อวัดไร่ขิง

?

หลวงพ่อวัดไร่ขิง? เป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ ประชาชนทั่วไปมักเรียกว่า ?หลวงพ่อวัดไร่ขิง? อนุโลมตามชื่อวัด ตามตำนานกล่าวว่าหลวงพ่อทำด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ ประทับนั่งปางมารวิชัยหรือปางชำนะมารแบบประยุกต์ หลวงพ่อวัดไร่ขิงมีลักษณะผึ่งผายคล้ายเชียงแสน? พระหัตถ์เรียวงามตามแบบสุโขทัย แต่พระพักตร์ดูคล้ายรัตน์โกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี มีขนาดกว้าง ๔ ศอก? ๒ นิ้ว? สูง ๔ ศอก ๑๖ นิ้ว

???????? ตามตำนานกล่าวถึงการได้มาซึ่งหลวงพ่อวัดไร่ขิงว่าได้ถูกอัญเชิญมากจากกรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) เป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนนับถือมาก? ในวันที่อัญเชิญหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้นจากท่าน้ำที่หน้าวัดไร่ขิงตรงกับวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕? เป็นวันสงกรานต์? มีประชาชนมาชุมนุมกันมาก? ในขณะที่อัญเชิญหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้นจากน้ำสู่ประรำพิธี? เกิดความมหัศจรรย์? แสงแดดที่แผดจ้ากลับพลันหายไป? ความร้อนระดุในวันสงกรานต์กลางเดือนห้า บังเกิดมีเมฆดำทะมึน ลมปั่นป่วน ฟ้าคะนองก้องในนภากาศ บันดาลให้ฝนโปรยลงมา ยังความเย็นฉ่ำใจทั่วหน้าทุกคนในที่นั้นเกิดความยินดี? พากันอธิษฐานจิต ?ขอหลวงพ่อจักทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขดับความร้อนคลายความทุกข์ให้หมดไป ดุจสายฝนที่เมทนีดลทำให้ชุ่มฉ่ำ? เจริญงอกงามด้วยธัญญาหาร?? และในบัดนี้ก็ปรากฏเป็นความจริงแจ้งประจักษ์ ว่าหลวงพ่อได้ดลบันดาลให้เกิดสภาพการณ์อย่างนั้นแก่ทุกคนที่ประพฤติธรรม? (๑) หลวงพ่อวัดไร่ขิง ตามความเป็นจริงในพระพุทธศาสนา เป็นพระพุทธเจ้าหรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองแล้วสอนให้ผู้อื่นรู้ตามได้ด้วย? เป็นผู้ก่อตั้งพระพุทธศาสนา มีความหมายอธิบายได้ ๒ ประการ คือ

?
ประการที่ ๑ เป็นพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์? ได้แก่เจ้าชายสิทธัตถะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย? เป็นต้น มีต้นตระกูล เป็นมนุษย์? ได้เสด็จออกผนวชแสวงหาสัจจธรรม และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกาศพระศาสนาอยู่เป็นเวลา ๔๕ ปี? จึงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
?
ประการที่ ๒? เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นตำแหน่งศาสดาเอกของโลก? ผู้บำเพ็ญบารมี? คือ คุณความดีต่าง ๆ โดยสมบูรณ์
?พระพุทธเจ้าให้ความเชื่อของพุทธศาสนิกชนฝ่านยหินยานหรือเถรวาท? อย่างที่คนไทยส่วนมากนับถือและปฏิบัติ? พระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์? ไม่ใช่เทพหรือผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ? พระพุทธเจ้าแตกต่างจากคนทั่วไปในทางจิตใจและคุณสมบัติอันเป็นนามธรรม ในทางรูปธรรมพระองค์ทรงมีเนื้อหนังร่างกายที่ตกอยู่ภายใต้กฎแห่งธรรมชาติ? มีการเปลี่ยนแปลง เจ็บป่วย และแตกสลายได้เมื่อถึงเวลาเหมือนดังคนปกติทั่วไป

???????? (๒) ในฑีฆนิกาย ปฏิกวรรค พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ความเป็นพระพุทธเจ้าไม่ใช่อยู่ที่เนื้อหนังร่างกาย หากแต่อยู่ที่ธรรมะของพระองค์? ในที่นี้หมายเอาคุณธรรมทุกอย่างที่ทำให้พระองค์แตกต่างจากคนอื่น ให้สาวกของพระองค์ปฏิบัติตามธรรมะคำสั่งสอน ไม่ให้ยึดติดในพระวรกายภายนอกที่เป็นเนื้อหนังมังสาของพระองค์? บุคคลที่มองเห็นคุณธรรมหรือเข้าใจหลักธรรมที่พระองค์ทรงสอน? สามารถนำเอาไปปฏิบัติจนเกิดผลในชีวิต? คนประเภทนี้แม้จะไม่เคยเห็นพระพุทธองค์? ก็ทรงตรัสว่าเป็นผู้ได้เห็นพระองค์? ดังพุทธภาษิตว่า? ?ผู้ใดเห็นธรรม? ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา?? ในทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท? เชื่อว่าพระพุทธเจ้าไม่มีอีกแล้ว การดับขันธ์ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จะไม่อุบัติขึ้นมาอีก ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีกต่อไป? หากจะระลึกถึงพระพุทธเจ้า? ก็เพียงแต่ระลึกถึงคุณสมบัติหรือคุณธรรมของพระองค์ ๓ ประการ? คือ? พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ? และพระกรุณาคุณ? การบูชาสักการะพระพุทธเจ้าก็คือการรำลึกถึงคุณธรรมเหล่านี้ เพื่อน้อมใจให้เกิดศรัทธาวิริยะและความเบิกบานปิติที่จะปฏิบัติตามรอยบาทของพระพุทธองค์
?
???????? (๓) พุทธศาสนิกชนฝ่ายมหายาน มีความศรัทธาว่าพระพุทธเจ้ามีฐานะเป็นมนุษย์ธรรมดาจริงและเสด็จดับขันธปรินิพพาน แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระวรกายส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า นิรมาณกาย เท่านั้น เรียกอีกอย่างว่า มายาธรรม ที่จริงพระพุทธเจ้ายังมีพระวรกายส่วนอีก ๒ ส่วน คือ ธรรมกาย และสัมโภคกาย (ทิพยภาวะ)? เป็นพระกายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เวลาที่
พุทธศาสนิกชนฝ่ายมหายานรำลึกถึงพระพุทธเจ้า นอกจากจะรำลึกถึงพระคุณแล้ว? ยังรำลึกถึงพระพุทธเจ้าในภาคสัมโภคกายบนสวรรค์ด้วย? เพราะมีความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าที่อยู่บนโลกสวรรค์หรือแดนสุขาวดีพุทธเกษตร ยังคอยประทับรับฟังสุขทุกข์ของพุทธบริษัทอยู่ การบูชาพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกเช่นนี้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความมั่นใจและอบอุ่นใจ มากกว่าการบูชาและปฏิบัติตามธรรมะของพระพุทธองค์เพียงอย่างเดียว

???????? (๔) หลวงพ่อวัดไร่ขิง มีเสียงเล่าลือกันจากปากต่อปากของประชาชนทั่วไป จากเหนือสู่ใต้ว่าหลวงพ่อมีอิทธิฤทธิ์และอภินิหารต่าง ๆ? มากมายเป็นอเนกประการ แต่ละคนที่มีศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อวัดไร่ขิง มีเรื่องที่น่าอัศจรรย์ปรากฏแก่ตนเองเกือบทุกคน? หลวงพ่อพระเดชพระคุณ? พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เจ้าอาวาสไร่ขิง องค์ปัจจุบันได้นำอภินิหารและอิทธิฤทธิ์ บางส่วนจากผู้ศรัทธาหลวงพ่อ มาบันทึกไว้ในหนังสือ ประวัติวัดและหลวงพ่อวัดไร่ขิง เช่น

- หลวงพ่อวัดไร่ขิง มีอภินิหารปิดทองไม่ติด ทั้ง ๆในแต่ละปีมีประชาชนมาปิดทองหลวงพ่อเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
- หลวงพ่อวัดไร่ขิง มีความศักดิ์สิทธิและอภินิหาร ในการป้องกันสิ่งต่าง ๆ ตามความรู้สึกของแต่ละคนที่ตั้งใจปรารถนา
- น้ำมันและน้ำมนต์ของหลวงพ่อ รักษาโรคภัยต่าง ๆ ได้สมใจปรารถนา
- หลวงพ่อวัดไร่ขิง ช่วยให้รอดพ้นจากความตาม เพียงแค่ตั้งจิตถึงหลวงพ่อ
- หลวงพ่อวัดไร่ขิง ปิดตาขโมยได้ ป้องกันไฟไหม้?
- หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นทุกอย่างได้ตามแรงอธิษฐานของคนอยากให้เป็น
??????????????????????????????????????????????????
???????? (๕) หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์ ประชาชนทั่วไปส่วนหนึ่งยังเข้าใจว่า? หลวงพ่อวัดไร่ขิง คือ เจ้าอาวาสวัด ทีมีความขลัง มีความศักดิ์สิทธิ มีความเมตตา ในด้านเวทมนต์คาถา เสกเป่า ให้เกิดความแคล้วคลาด ความเหนี่ยว คงกะพันชาตรี ตามความปรารถนาของคน? เหมือนเกจิอาจารย์ดังทั่ว ๆ ไป หลวงพ่อพระเดชพระคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์? (ปัญญา อินฺทปญฺโญ)? เป็น หลวงพ่อวัดไร่ขิง เหมือนกัน แต่เป็นเจ้าอาวาส รูปปัจจุบัน เป็นพระมหาเถระผู้มีคุณลักษณะพิเศษ อันนำมาซึ่งกิตติศัพท์ที่ขจรไป ทั้งในพุทธจักรและอาณาจักร มีศีลาจารวัตรน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใส หลวงพ่อมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เปี่ยมล้มด้วยพรหมวิหารธรรมและสังคหวัตถุธรรม หลวงพ่อเป็นพระนักศึกษา นักการบริหาร และเป็นนักพัฒนาตัวอย่าง ทุกงานที่หลวงพ่อทำเป็นงานระดับประเทศ ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนส่วนมาก หลวงพ่อคือ ?เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งความเสียสละ? หลวงเสียสละโอกาส กำลังกาย กำลังปัญญา และกำลังทรัพย์ เป็นพระมหาเถระที่บำเพ็ญคุณประโยชน์ สร้างคุณูปการณ์แก่ชุมชน สังคม? และประเทศชาติไว้มากดังจะเห็นได้จากส่วนราชการที่เข้ามาอยู่ในความอุปถัมภ์ของหลวงพ่อ เป็นจำนวนมากเช่น

- ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี (วัดไร่ขิง)
- โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)
- โรงพยาบาลสามพราน (วัดไร่ขิง)
- สมาคมชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย
- โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา
- โรงเรียนวัดไร่ขิง (สุนทรอุทิศ)
- วิทยาลัยการอาชีพนครปฐม (วัดไร่ขิง)
- สถาบันผู้บริหารการศึกษา (วัดไร่ขิง)
- องค์การบริหารส่วนตำบลไร่ขิง
- สถานีตำรวจภูธรตำบลโพธิ์แก้ว
- ไปรษณีย์วัดไร่ขิง
- ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสามพราน (วัดไร่ขิง)
- กองกำกับการวิทยาการเขต ๑๕
?????????????????????????????????????????????????????????
???????? (๖) อานุภาพของหลวงพ่อวัดไร่ขิง ยิ่งใหญ่และแผ่ไปกว้างไกลเป็นที่ประจักษ์ชัดเป็นพุทธปฏิมาที่มีหมู่ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาพากันมาทุกวันไม่ขาดสาย บันดาลให้เกิดผลานิสงส์เป็นลาภสักการะมหาศาล สามารถอำนวยประโยชน์แก่การศึกษาสงเคราะห์และสาธารณะสงเคราะห์และอื่น ๆ นานัปประการ บวกกับมีหลวงพ่อเจ้าอาวาส เป็นพระมหาเถระที่เปี่ยมด้วยสีลสุตาทิคุณและพรหมวิหารธรรม ทำให้ประกาศเกียรติคุณของหลวงพ่อวัดไร่ขิงให้ยิ่งใหญ่ด้วยการบริจาค? ทำให้ประชาชนผู้ใหญ่ผู้น้อยของชาติมิใช่จะรู้จักหลวงพ่อวัดไร่ขิงแต่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว แต่รู้จักหลวงพ่อวัดไร่ขิง ด้วยความสำนึกในฐานะผู้ให้ผ่านการบริหารการจัดการ และการดำเนินการอย่างชาญฉลาดรอบครอบของหลวงพ่อเจ้าอาวาส ซึ่งมิได้ครอบครองประโยชน์นี้ไว้ เพื่อความสุขเฉพาะวัดไร่ขิง? แต่ได้เฉลี่ยผลประโยชน์อันเกิดจากพุทธานุภาพนี้แผ่ไป เพื่ออุปถัมภ์การศึกษาและการสาธารณะ โดยหวังเพียงผู้รับจะรู้ถึงพระคุณของหลวงพ่อวัดไร่ขิงและคุณของพระพุทธศาสนา แล้วช่วยกันปกป้องรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกของชาติชั่วนิรันดร์.

?

คำนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง

ตั้ง นะโม ๓ จบ

?กาเยนะ? วาจายะ? วะ?? เจตะสาวา

มะเหสักขายะ? เทวะตายะ? อะภิปาถิตัง

อิทธิปาฏิหาริกัง? มังคะละจินตาราม? พุทธะปะฏิมากะรัง

ปูชามิหัง? ยาวะชีวัญจะ? สุกัมมิโก? สุขะปัตถิตายะ?
??