เจริญพร

เจริญพร เป็นคำที่ภิกษุสามเณรใช้พูดหรือ

เขียนเป็นคำเริ่มต้น คำรับ และคำลงท้าย

กับคฤหัสถ์ที่เป็นผู้ใหญ่ ถือเป็นคำสุภาพ

เป็นกัปปิยโวหาร ใช้แทนคำว่า เรียน ครับ

หรือ ขอรับ ที่คฤหัสถ์ใช้กัน เช่น

 

“ขอเจริญพรท่านเลขา อาตมาขอ

พบท่านอธิบดีหน่อย”

 

“ท่านนัดไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าครับ”

“ไม่ได้นัดดอก เจริญพร”

“ได้โปรดรอสักครู่นะครับ”

“เจริญพร”

 

ลักษณะนี้ หากใช้กับพระมหากษัตริย์

หรือพระราชวงศ์ชั้นสูง ใช้ว่า ถวายพระพร

แทนคำว่า เจริญพร

เจ้ากรรมนายเวร

เจ้ากรรมนายเวร

 

“ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

ที่ข้าพเจ้าทำในวันนี้ไปให้แก่พ่อแม่

พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว

ตลอดทั้งเจ้ากรรมนายเวรและสรรพ

สัตว์ทั้งหลาย”

 

เจ้ากรรมนายเวร หมายถึง บุคคล

๒ พวก คือ พวกหนึ่งเป็นผู้ที่มีกรรม

มีเวรติดตัวไป กล่าวคือในขณะที่มี

ชีวิตอยู่ได้ทำความชั่วไว้ตายไปจึง

ได้รับผลเป็นทุกข์อยู่ในภพภูมิที่ตน

เกิด เช่น นรก เปรต เป็นต้น อีกพวก

หนึ่ง คือ ผู้ที่เคยผูกเวรจองกรรมกันไว้

เช่น เคยฆ่ากันไว้ เคยฉ้อโกงกันไว้

เคยผิดใจกัน หรือเคยอาฆาตกันไว้?

ทั้งสองพวกนี้ เรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร

 

การกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับ

ส่วนบุญที่ตนทำด้วยนี้ถือว่าเป็นการให้

อภัยแก่กัน จะได้หมดเวรหมดกรรมกัน

ไป และเป็นการแสดงน้ำใจที่กว้างขวาง

ของผู้ทำบุญกรวดน้ำด้วย

ปักษ์

ปักษ์ แปลว่า ข้าง, ฝ่าย, ส่วน

   ปักษ์ หมายถึง ครึ่งหนึ่งของเดือนตามจันทรคติ

โดยเดือนหนึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ปักษ์ คือ ข้างขึ้นกับ

ข้างแรม ปักษ์ละ ๑๕ วัน มีคำเรียกโดยเฉพาะ คือ

– ข้างขึ้น เรียก ศุกลปักษ์บ้าง ชุณหปักษ์บ้าง

ซึ่งแปลว่า ฝ่ายขาว, ฝ่ายสว่าง คือระยะที่แสงเดือน

สว่างขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มดวง ที่เรียกว่า จันทร์เพ็ญ

– ข้างแรม เรียก กาฬปักษ์ แปลว่า ฝ่ายดำ,

ฝ่ายมืด คือระยะที่แสงเดือนมืดลงเรื่อย ๆ จนมืด

สนิท

ประณาม

ประณาม เป็นภาษาพระวินัย แปลว่า ผลักออก

หมายถึง การตัดผู้ประพฤติมิชอบให้ออกไปจากหมู่

ไม่ให้คบหาด้วย

 

  ประณาม ทรงอนุญาตให้ทำเป็นการสงฆ์ คือ

ลงโทษภิกษุผู้ประพฤติมิชอบ ในกรณีไม่เห็นอาบัติ

ในกรณีไม่ทำคืนอาบัติ คือไม่ยอมเปลื้องอาบัติที่ตน

ต้อง ในกรณีไม่ละทิฐิความคิดเห็นที่ชั่ว แม้ถูกตักเตือน

แล้ว ด้วยการไม่ให้อยู่ร่วมด้วย หรือลงโทษด้วยวิธีที่

เรียกว่า พรหมทัณฑ์ ด้วยการนัดหมายกันไม่ให้ตักเตือน

ว่ากล่าวสั่งสอนเธอ เธอจะทำอย่างใดก็ช่าง ปล่อยให้

ปรากฏ (คือรับผล) ด้วยกรรมของเธอเอง

 

ประณาม ยังทรงอนุญาตให้ทำแก่คฤหัสถ์ผู้คิดร้าย

ต่อพระพุทธศาสนาได้ด้วยการคว่ำบาตร

เรียนธรรมะบาลีเมื่อบวชอยู่

เรียนธรรมะบาลี เมื่อบวชอยู่, เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณ เป็นมหา, เป็นนาคหลวง เปรียญ ๙ เจ้าปัญญา, ศูนย์ศึกษา บาลี ศักดิ์ศรีชน, เรียนธรรมะ, เรียนบาลี, พระครู, เจ้าคุณ, มหา, พระมหา, ธรรมะบาลี, เรียนประโยค
เรียนธรรมะบาลี เมื่อบวชอยู่, เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณ เป็นมหา, เป็นนาคหลวง เปรียญ ๙ เจ้าปัญญา, ศูนย์ศึกษา บาลี ศักดิ์ศรีชน,

ขอบคุณกลอนธรรมะจาก ดร.มหาอดุลย์ คนแรง ป.ธ. ๙

จงเป็นคนดีที่ไม่ดัง

จงเป็นคนดีที่ไม่ดัง  อย่าเป็นคนดังที่ไม่ดี

จงเป็นคนดีที่ไม่ดัง, คนดี, คนดีที่ไม่ดัง, อย่างเป็นคนดังที่ไม่ดี, คนดัง, คนดังที่ไม่ดี
จงเป็นคนดีที่ไม่ดัง, อย่างเป็นคนดังที่ไม่ดี,

“การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้”

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๖

 

ขอบคุณเครดิตภาพจาก พระมหาวิทยา ปริปุณฺณสีโล

กราบพระให้เป็น

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ. (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมังนะมัสสามิ. (กราบ)

สุปะฏิปปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ)

กราบไม่เป็นเห็นรูปปั้นว่านั่นพระ, กราบธรรมะ, กราบพระสงฆ์, กราบพระ
กราบไม่เป็นเห็นรูปปั้นว่านั่นพระ, กราบธรรมะโดยใบลานมานานเนิ่น, กราบลูกหลานว่าพระสงฆ์งงเหลือเกิน, อย่ามัวเพลินกราบเล่น ๆ เป็นพิธี

ขอบคุณเครดิตภาพและบทกลอนธรรมะดี ๆ จาก พระมหาวิทยา ปริปุณฺณสีโล