ฆ่าอะไรไม่บาปแต่ได้บุญ

“ผู้ใดฆ่าความโกรธได้ ระงับความโกรธ ได้ผู้นั้นย่อมพบความสุข”
ความโกรธ ความริษยา ความอาฆาต
ความพยาบาท เหล่านี้มันคือกองเพลิงคอย
เผาจิตใจของเราให้เร่าร้อน เหมือนไฟนรก
ทำให้เป็นทุกข์ตลอดเวลา….
#เราจะระงับความโกรธได้อย่างไร#
เราต้องเจริญหรือทำให้ “เมตตา – กรุณา” 
เกิดมีขึ้นในจิตใจของเราให้ได้จริงๆก่อน
– เมตตา คือความรักอยากให้ผู้อื่นมี
ความสุข 
– กรุณา คือความสงสาร คิดจะช่วยให้ 
ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ ถ้าผู้ใดมักมีใจขัดเคือง โกรธผู้อื่นอยู่บ่อยๆ 
การแผ่เมตตาของผู้นั้นย่อมไม่มีผลแก่
ผู้อื่นเลย…ปากก็ว่า”สัพเพ สัตตา “สัตว์ทั้ง
หลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายฯลฯ
ว่าเป็นนกแก้วนกขุนทองเฉยๆเหนื่อยเปล่า
ไม่ได้เกิดคุณแก่ใครเลย เพราะใจเราไม่มี
“เมตตาธรรม”เราจะให้คนอื่นได้อย่างไร
เหมือนเราไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว จะเอา
อะไรไปแจกจ่ายผู้อื่นได้..จริงไหม ใจไม่ดี
ไม่งาม มีแต่ปากว่าเปล่าๆ….เมตตาธรรมจะ
ถึงคนอื่นได้อย่างไร …
เพราะฉะนั้นเราต้องอบรมบ่มเพาะจิต
ของเราด้วยการเจริญสมาธิภาวนา ให้มี
สติกำกับอยู่เสมอ. กำหนดรู้เท่าทัน เมื่อความโกรธ เกิดขึ้น รู้ว่ามันคือไฟ
เผาตัวเองและคนอื่น ให้วอดวายได้ ต้อง
ระงับ ปล่อยวาง หรือวางเฉยทันที เหมือน
เรารู้ว่าไฟมันร้อน เราก็อย่าไปจับ…
ไม่มีใครหรอกที่ไม่มีความโกรธ ทุกคนมี
แต่เมื่อรู้ว่าโกรธแล้ว ต้องมีสติกำหนดรู้ทัน.
ไม่โทษคนอื่น ต้องโทษตัวเอง ให้กลับมามองดูตัวเองก่อน
เสมอ ….แล้วความสงบสุขจะเกิดมีแก่ครอบครัวหรือชุมชนบ้านเมืองนั้นๆอย่างแน่นอน…

ขอบคุณข้อมูลจาก ครามหู ครูรักษ์ธรรม

แบบตั้งนามฉายา

ในทางคณะสงฆ์ผู้จะอุปสมบท ต้องมีชื่อเป็นภาษามคธ 

ฉะนั้น พระอุปัชฌาย์ จึงตั้งชื่อให้ใหม่ทุกรูปซึ่งเรียกว่า “ฉายา”

เพื่อสะดวกในการอุปสมบทกรรม พระอุปัชฌาย์ผู้จะตั้งชื่อให้นั้น

ท่านก็ถือเอาวันเกิดของนาคเป็นเกณฑ์ นับเป็น “บริวาร” ขึ้นต้น

เช่น อตฺตเปโม อ่านว่า อัดตะเปโม แปลว่า ผู้รักตน,

ขนฺติโก อ่านว่า ขันติโก แปลว่า ผู้มีความอดทน