โครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” ปีที่ ๙ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ร่วมปลูกต้นไม้ พัฒนาแหล่งน้ำ ปรับระบบนิเวศน์ให้ยั่งยืน วันอาทิตย์ ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง จัดโครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” ปีที่ ๙ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ โดยพระพรหมวชิรเมธาภรณ์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน พร้อมด้วย นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ ๔๑ รวมทั้งข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาชน และคณะสาธุชน ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกต้นไม้จำนวน ๙๙๐ ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และเพื่อถวายเป็นพระกุศลเนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙
โครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” (Green Buddhism for Sustainable Development) เป็นโครงการตามพระดำริใน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ได้ดำเนินโครงการภายใต้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาผสานกับแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการ เพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศน์อย่างยั่งยืน และทำนุบำรุงศาสนสถาน ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ คุณธรรม และธรรมชาติอย่างยั่งยืน การมีส่วนร่วมของ วัด ภาครัฐ และประชาชน แสดงถึงพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจอันเป็นรูปธรรมที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและจิตใจ
กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการปลูกต้นไม้ หากยังเป็นการปลูกจิตสำนึกแห่งความรักธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากร และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
ซึ่งกิจกรรมสำคัญภายในงาน อีกหนึ่งกิจกรรม คือ พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบโครงการบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์

โครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” ปีที่ ๙ ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ณ วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
วันอาทิตย์ ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๑. หลักการและเหตุผลของโครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” ผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติคือรากฐานสำคัญของระบบนิเวศและการดำรงชีวิต แต่ในปัจจุบันต้องเผชิญกับภาวะเสื่อมโทรมจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ พระพุทธศาสนามีความผูกพันกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ดังจะเห็นได้จากพุทธประวัติที่เกี่ยวเนื่องกับป่าและต้นไม้ การใช้มิติทางศาสนามาเป็นแกนกลางในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการผสาน “พลังศรัทธา” เข้ากับ “การลงมือทำ”
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงทรงมีพระดำริริเริ่มโครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” (Green Buddhism for Sustainable Development) ขึ้น โดยขับเคลื่อนภายใต้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาผสานกับแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาแหล่งน้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งทำนุบำรุงศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ คุณธรรม และธรรมชาติ
ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ นี้ โครงการฯ ได้เดินทางเข้าสู่ปีที่ ๙ วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อันเป็นมงคลสูงสุด ๒ ประการ คือ:
๑.๑ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๑.๒ เพื่อถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙
๒. ภาพรวมการดำเนินกิจกรรม การขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้ นำโดย พระพรหมวชิรเมธาภรณ์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับประเทศและระดับจังหวัด ประกอบด้วย:
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้
นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ ๔๑
พร้อมด้วยข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาชน และคณะสาธุชน
กิจกรรมหลักประกอบด้วย ๑.กิจกรรมเพิ่มพื้นที่สีเขียว การร่วมแรงร่วมใจปลูกพันธุ์ไม้มีค่าและไม้ท้องถิ่นจำนวนทั้งสิ้น ๙๙๐ ต้น เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าและปรับภูมิทัศน์รอบศาสนสถาน
๒.กิจกรรมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนในโครงการบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ เพื่อรักษาศาสนวัตถุให้อยู่คู่ชุมชน
๓. สรุปผลของโครงการ (Project Summary)
การจัดโครงการ “คืนธรรมชาติสู่ธรรม” ปีที่ ๙ ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือตามหลัก “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน/ราชการ) ที่สามารถบูรณาการงานด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับงานพระพุทธศาสนาได้อย่างไร้รอยต่อ กิจกรรมในครั้งนี้สร้างแรงขับเคลื่อนทั้งในมิติกายภาพ (การฟื้นฟูธรรมชาติ) และมิติบริบททางสังคม (การสร้างความสามัคคีและทำนุบำรุงศาสนา) ถือเป็นต้นแบบของสถานประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาที่เกื้อกูลต่อระบบนิเวศ (Green Temple) อย่างยั่งยืน
๔. ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดโครงการ
การดำเนินโครงการในครั้งนี้ ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ในหลากหลายมิติ ดังนี้:
ด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ: เพิ่มพื้นที่สีเขียวและจำนวนต้นไม้ในเขตชุมชนอำเภอเถิน จำนวน ๙๙๐ ต้น ซึ่งจะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในอนาคต ช่วยปรับสมดุลระบบนิเวศ ฟื้นฟูสภาพดิน และพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ให้มีความชุ่มชื้น ลดความแห้งแล้ง
ด้านสังคมและการสร้างจิตสำนึก:ปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคีและการรวมพลังของภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์
ด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม: วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านธรรมะควบคู่ไปกับธรรมชาติ (มีความสัปปายะ) มีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำไปบูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถให้มั่นคงถาวร พร้อมรองรับการประกอบสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนสืบไป
ด้านจิตใจ: ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และแสดงความรัก ความกตัญญูกตเวทิตา ต่อเหล่าสรรพสัตว์ ต่อโลก ผ่านการทำความดีที่เป็นรูปธรรม


















































































































ขอบคุณข้อมูล :- #วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ #ลำปาง #คืนธรรมชาติสู่ธรรม #คืนธรรมชาติสู่ธรรมปีที่ 9 #ปลูกต้นไม้ #ปลูกป่า
