บทสวดกรณียเมตตสูตร (สิ่งที่พึงกระทำ)

บทสวดกรณียเมตตสูตร นี้ เมื่อสวดแล้วทำให้หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ทั้งหลาย เทพพิทักษ์รักษา ไม่มีภยันตราย จิตเป็นสมาธิง่าย ใบหน้าผ่องใส มีสิริมงคล ไม่หลงสติในเวลาเสียชีวิต และเป็นพรหมเมื่อบรรลุเมตตาฌาน

อ่านเพิ่มเติม “บทสวดกรณียเมตตสูตร (สิ่งที่พึงกระทำ)”

โอสถะปริตร สักกัตวา สวดเป็นยารักษาโรค

                                โอสถะปริตร สักกัตวา
                                  สวดเป็นยารักษาโรค

สักกัตตะวา พุทธะระตะนัง     เพราะทำความเคารพพระพุทธรัตนะ
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง         อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
หิตัง เทวะมะนุสสานัง           เป็นประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทธะเตเชนะ โสตถินา         ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ         ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป
ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต          ขอทุกข์ทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี

สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง      เพราะทำความเคารพพระธรรมรัตนะ
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง         อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
ปะริฬาหูปะสะมะนัง              เป็นเครื่องระงับความกระวนกระวาย
ธัมมะเตเชนะ โสตถินา          ด้วยเดชแห่งพระธรรมรัตนะ
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ         ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงนาศไป
ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต          ขอทุกข์ทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี

สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง      เพราะทำความเคารพพระธรรมรัตนะ
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง         อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
ปะริฬาหูปะสะมะนัง              เป็นเครื่องระงับความกระวนกระวาย
ธัมมะเตเชนะ โสตถินา          ด้วยเดชแห่งพระธรรมรัตนะ
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ         ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงนาศไป
ภะยา วูปะสะเมนตุ เต           ขอภัยทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี

สักกัตตะวา สังฆะระตะนัง      เพราะทำความเคารพพระสงฆรัตนะ
โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง         อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง         เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะ

ที่เขาจัดไว้ต้อนรับ

สังฆะเตเชนะ โสตถินา          ด้วยเดชแห่งพระสงฆ์
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ         ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงนาศไป
โรคา วูปะสะเมนตุ เต           ขอโรคทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี

บทชุมนุมเทวดา (แบบไทยและแบบโรมัน)

บทชุมนุมเทวดา ก่อนสวดพระปริตร

สะมันตา จักกะวาเฬสุ อัตราคัจฉันตุ เทวะตา
สัทธัมมัง มุนิราชัสสะ สุณันตุ สัคคะโมกขะทัง
สัคเค กาเม จะรูเป  คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข

วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม  ตะรุวะนะคะหะเน

เคหะ วัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา

ชะละถะละ วิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา
ติฏฐันตา สันติเก ยัง  มุนิวะระวะ จะนัง

สาธะโว เม สุณันตุ ธัมมัสสะวะ นะกาโล

อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล

อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา

อ่านเพิ่มเติม “บทชุมนุมเทวดา (แบบไทยและแบบโรมัน)”

คำอาราธนาพระปริตร (VIPATTI PATIBAHAYA)

             คำอาราธนาพระปริตร
วิปัตติปะฏิพาหายะ   สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา
สัพพะทุกขะ วินาสายะ   ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
วิปัตติปะฏิพาหายะ   สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา
สัพพะภะยะ วินาสายะ   ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
วิปัตติปะฏิพาหายะ   สัพพะสัมปัตติ สิทธิยา
สัพพะโรคะ วินาสายะ   ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

คำแปล
ขอพระสงฆ์ทั้งหลาย จงสวด พระปริตรอันเป็นมงคล     เพื่อป้องกันความวิบัติทั้งปวง

เพื่อยังสมบัติทั้งปวงให้สำเร็จ เพื่อให้ทุกข์ภัย โรคทั้งปวงพินาศไป

คำอาราธนาพระปริตร (แบบภาษาบาลีโรมัน)
VIPATTI PATIBAHAYA   SABBASAMPATTISIDDHIYA
SABBADUKKHAVINASAYA  PARITTAM BRUTHA MANGALAM
VIPATTI PATIBAHAYA   SABBASAMPATTISIDDHIYA
SABBABHAYAVINASAYA  PARITTAM BRUTHA MANGALAM
VIPATTI PATIBAHAYA   SABBASAMPATTISIDDHIYA
SABBAROGAVINASAYA   PARITTAM BRUTHA MANGALAM

โพชฌังคปริตร (สวดต่ออายุผู้ป่วย)

โพชฌังคปริตร

สวดต่ออายุผู้ป่วย

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์

วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์

สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์

สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา
๗ ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว

ภาวิตา พะหุลีกะตา
อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว

สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ

เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา
ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก

โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
จึงทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง

เต จะ ตัง อะภินันทิตวา
ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม

โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ?
โรคก็หายได้ในบัดดล

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ

เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต
ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก

จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ

สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก

มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ.